รถกระบะรับจ้าง เคล็ดลับวิธี ประหยัดน้ำมันรถ แบบง่ายๆ

รถกระบะรับจ้าง เคล็ดลับวิธี ประหยัดน้ำมันรถ แบบง่ายๆ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ในบ้านเรา จัดว่ามีราคาสูงไม่น้อย ตลอดจนการจราจรโดยเฉพาะในเมืองหลวง ค่อนข้างจะมีการจราจรติดขัด ทั้งหมดนั้นหมายถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มากขึ้น แต่ละเดือน หากไม่รู้จักประหยัดย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น บางอย่างก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ถ้ามีวิธีที่ทำให้เจ้าของรถประหยัดน้ำมันรถได้ ก็น่าสนใจใช่หรือไม่ มาดูดีกว่า ว่ามีวิธี ประหยัดน้ำมันรถ แบบง่ายๆ อย่างไรบ้าง

1. ข้อแรกนี้ คำอธิบายอาจดูเป็นวิชาการไปหน่อย เพราะเขาบอกว่า “ทุกๆ 10 ก.ม./ช.ม.ของความเร็วของรถยนต์ที่เพิ่มมากกว่า 10 ก.ม./ช.ม. จะทำให้รถยนต์คันนั้นสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 10” ฟังดูเข้าใจยากสักหน่อย มาดูตัวอย่างเพื่อความเข้าใจดีกว่า

สมมุติว่าเราของเราใช้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ควรขับด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่เราขับรถด้วยความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม นั่นหมายถึง เราขับรถด้วยความเร็วสูงกว่าจุดที่เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดอยู่ 20 ก.ม./ช.ม จุดนี้แหละที่บอกว่า ทุก 10 กม./ช.ม. สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% ในเมื่อเราใช้ความเร็วเกินไป 20 กม./ช.ม. นั่นหมายความว่า เรากำลังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นถึง 20% หรือหากเปรียบเทียบเป็นราคา ก็คือ ควรใช้น้ำมัน 100 บาท ก็ต้องใช้เพิ่มเป็น 120 บาท

ดังนั้น ผู้ขับรถที่ต้องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง จึงควรขับรถด้วยความเร็วตามมาตรฐานประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่ใช้ หากทุกคนร่วมมือกันขับรถด้วยความเร็วที่ไม่เร็วเกินไป นอกจากจะประหยัดเชื้อเพลิงและรายจ่ายเป็นส่วนตัวแล้ว ยังเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงของชาติอีกด้วย

2. รถที่บรรทุกของหนักจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น ทางออกก็คือ อย่าทำให้รถกลายเป็นที่เก็บของ หรือเป็นบ้านเคลื่อนที่ ใช้บรรทุกของเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทางแต่ละครั้งเท่านั้น อย่าถือหลักเอาสบายเข้าว่า ของใส่ไว้ในรถยามจำเป็น เมื่อหมดความจำเป็นก็ยังทิ้งเอาไว้อย่างนั้น ดังจะเห็นรถบางคันที่ท้ายรถมีของทุกอย่างพร้อมที่จะเดินทางไปค้างต่างจังหวัดหลายๆ วัน ซึ่งนั่นนับว่าไม่ถูกต้อง เพราะรถจะกินน้ำมันโดยไม่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง หากต้องการประหยัด ทางหนึ่งที่ควรทำก็คือ เจ้าของรถเอาน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็นออกจากรถนั่นเอง

อนึ่ง บางครั้งแม้การเสริมตะแกรงบรรทุกของไว้บนหลังคารถ เผื่อไว้บรรทุกของยามจำเป็นนั้น ก็เป็นการเพิ่มความสิ้นเปลืองน้ำมันเช่นกัน เพราะแม้แต่ในวันที่ไม่มีการบรรทุกสิ่งของบนนั้น แต่ตะแกรงดังกล่าวก็เป็นตัวเพิ่มแรงเสียดทานของลม ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันไปโดยไร้ประโยชน์ถึง 10-15% ทีเดียว ทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ควรใช้รถให้เหมาะสมกับสภาพตามที่บริษัทผู้ผลิตออกแบบมา ไม่ควรแต่งเติมเพื่อการบรรทุกของที่มากขึ้น เช่น รถยนต์นั่งนั้น มีกระโปรงท้ายสำหรับบรรทุกของจำนวนหนึ่งได้ ก็ให้ใส่เฉพาะที่ท้ายรถ และบรรทุกเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะยิ่งรถบรรทุกของหนักเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานให้กับล้อรถ เป็นเหตุให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น

3. การเดินทางพร้อมกัน หรือเลือกใช้รถสาธารณะ จริงอยู่ว่า บางครอบครัวมีฐานะดีเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์ใช้คนละคันได้ แต่การที่ต่างฝ่ายต่างขับรถคนละคันแม้เวลาเดินทางไปในที่เดียวกัน ก็เท่ากับเป็นการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น วิธีช่วยประหยัดน้ำมันก็คือ หากสามารถเดินทางไปด้วยกันได้ ควรเลือกไปด้วยกัน เช่น ไปทำงาน การแวะส่งใครคนใดคนหนึ่งแล้วค่อยไปต่อ หากไม่ได้อยู่กันคนละทิศละทางมากนักย่อมประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่า หรือการเดินทางในระยะไม่ไกลนัก เลือกใช้รถสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ก็จะสามารถช่วยประเทศชาติประหยัดพลังงานได้อย่างมหาศาล รวมถึงประหยัดค่าน้ำมันรถซึ่งสูงกว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามาก และการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็นับว่าสะดวกและรวดเร็วมากกว่ารถเมล์ หรือรถปรับอากาศประจำทางมากประหยัดน้ำมันรถ

นอกจากนั้น การเดินทางด้วยรถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัวยังช่วยแก้ไขปัญหาส่วนรวม เช่นการจราจรที่ติดขัดเพราะมีรถบนถนนจำนวนมาก รถติดก็สิ้นเปลืองน้ำมัน ติดมากก็สิ้นเปลืองมาก และในความจริงแล้ว บางครั้งการขับรถเองทั้งที่มีทางเลือกใช้รถสาธารณะที่สะดวกได้นั้น นอกจากสิ้นเปลืองน้ำมันรถ มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบำรุง และยังต้องมีปัญหาเรื่องของอารมณ์จากสภาวะรถติดอีกด้วย

หากคนในเมืองหันมาใช้รถสาธารณะมากขึ้น ก็เท่ากับช่วยลดมลภาวะ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดปัญหาโลกร้อนด้วย ไม่ใช่เพียงประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนตัวและของประเทศชาติเท่านั้น

4. การเลือกซื้อรถยนต์ขนาดเล็กและเบา จะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารถยนต์ขนาดใหญ่และหนัก จริงอยู่ว่า บางครั้งรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากคือรถหรู ราคาแพง ใช้แล้วรู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเครื่องหมายแสดงถึงสถานะครอบครัวว่า เป็นคนมีฐานะจึงสามารถซื้อรถคันใหญ่หรูหราได้ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเกินจำเป็นสำหรับการใช้งานด้วยซ้ำไป

หากเจ้าของรถเปลี่ยนค่านิยม เป็นเลือกซื้อรถขนาดเล็ก พอเหมาะแก่ความจำเป็นในการใช้งานน่าจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เพราะรถเล็กประหยัดน้ำมันมากกว่า